ค่ำคืนค่อย ๆ ลึกลงแสงโคมในเรือนตระกูลเฉินยังสว่างไสวเสียงหัวเราะยังดังเป็นระยะทุกอย่างดูปกติ…เกินไป
จากเงามืดหลังแนวต้นไม้จ้าวเหยียนเซวียนยืนมองภาพตรงหน้าอย่างนิ่งเงียบเส้นเหตุและผลในสายตาพระองค์เริ่มขยับช้า ๆเชื่อมต่อกันเป็นลวดลายที่ไม่มีวันเปลี่ยน
"อีกสามชั่วยาม"พระองค์ตรัสเสียงต่ำ"หลังจากนั้น…ทุกอย่างจะจบลง"
หลินชิงอวี้หลับตาปลายนิ้วแตะกำไลหยกแน่นเสียงสะอื้น เสียงอ้อนวอนที่ยังไม่เกิดขึ้นเริ่มก้องอยู่ในความรู้สึกของนางแล้ว
"พวกเขาไม่รู้ตัวเลย"นางกล่าวแผ่ว"ไม่มีใครรู้ว่า ความตายกำลังเดินเข้ามาใกล้แค่ไหน"
จ้าวอวิ๋นเซียวเบือนหน้าหนีไปอีกทางเขาเห็นภาพล่วงหน้าอยู่แล้วเห็นทุกคนล้มลงเห็นเลือดที่ยังไม่หลั่ง
การรู้ล่วงหน้าไม่ได้ทำให้เจ็บปวดน้อยลงเลย
"ถ้าเราดึงใครออกมาตอนนี้"เขาเอ่ยเสียงแข็ง"อย่างน้อย…เด็ก ๆ จะรอด"
จ้าวหลิงเยว่ส่ายหน้าเบา ๆสายตายังจับจ้องไปยังเส้นอนาคตที่แตกแขนง
"ถ้าช่วยเด็กคืนนี้"นางตอบ"อีกห้าปีจะเกิดคดีใหญ่กว่าคนตายนับร้อยและผู้ลงมือจะไม่มีวันถูกเปิดโปง"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง
นี่ไม่ใช่การเลือกช่วยหรือไม่ช่วยแต่เป็นการเลือก "ความเสียหายน้อยที่สุด"
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นบนหลังคาโม่ซือปรากฏตัวอีกครั้งดวงตาสีทองมองเรือนเฉินโดยไม่กระพริบ
"พวกเขาไม่ใช่เป้าหมายแรก"มันกล่าว"และจะไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายหากคำสั่งเมื่อสิบปีก่อนไม่ถูกเปิดโปง"
ฮ่องเต้กำมือแน่นเล็บจิกลงบนฝ่ามือโดยไม่รู้ตัว
"เราจะดูจนจบ"พระองค์ตรัสชัด"และจดจำทุกอย่างเพื่อให้ความจริงไม่ตายไปพร้อมพวกเขา"
ลมกลางคืนพัดแรงขึ้นโคมแดงเริ่มแกว่งไหวเสียงหัวเราะในเรือนค่อย ๆ เบาลงเปลี่ยนเป็นความเงียบทีละน้อย
จ้าวเหยียนเซวียนหลับพระเนตรชั่วครู่ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้งสายตาแน่วแน่กว่าเดิม
"เมื่อคืนนี้จบลง"พระองค์กล่าว"ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่าตระกูลเฉินตายโดยไม่มีผู้รู้สาเหตุ"
"แต่เรา…"ฮ่องเฮากล่าวต่อ"จะรู้ทุกอย่าง"
ในความมืดแก๊งทั้งห้ายืนอยู่ด้วยกันในฐานะผู้เฝ้ามองไม่ใช่ผู้เล่น
และเมื่อเสียงกรีดร้องแรกกำลังจะดังขึ้นในอีกไม่ช้าพวกเขารู้ดีว่าค่ำคืนนี้จะกลายเป็นแผลที่ไม่มีวันหายจากประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน
