เส้นทางภูเขาสิ้นสุดลงที่เมืองชิงเหอ
เมืองเล็กริมแม่น้ำ ที่ควันไฟจากเรือนเราะลอยคลุ้งเคล้าเสียงผู้คน
หลินเยว่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน
นี่คือครั้งแรกที่นางออกจากหมู่บ้านเกิดมาไกลถึงเพียงนี้
ความวุ่นวาย เสียงหัวเราะ การค้าขาย
ทุกอย่างดูมีชีวิต…และห่างไกลจากชะตาอันหนักอึ้งของนาง
"ที่นี่ปลอดภัยชั่วคราว"
เสียงของชายในชุดเทาดังขึ้นข้างกาย
เขายืนมองเมืองชิงเหอด้วยสายตาสงบนิ่ง
ราวกับมองเห็นสิ่งที่นางไม่อาจเห็น
"ชั่วคราว?" หลินเยว่ถาม
"จนกว่าจะมีใครมองเห็นเจ้า"
เขาตอบเรียบ ๆ
คำตอบนั้นทำให้หลินเยว่ขนลุกโดยไม่รู้ตัว
เมืองชิงเหอมีสำนักนักพรตตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศเหนือ
สำนักหลิงอวิ๋น
เป็นสำนักเล็ก ไม่ขึ้นชื่อด้านพลัง
แต่มีชื่อเสียงเรื่อง "มองเคราะห์ ดูชะตา"
"เจ้าจะอยู่ที่นี่" ชายชุดเทากล่าว
"สำนักนี้ไม่ยุ่งการเมืองสวรรค์
และยังมีคนที่มองเห็นสิ่งผิดปกติ…โดยไม่รายงานไปเบื้องบน"
หลินเยว่ไม่ถามว่า "เบื้องบน" คือที่ใด
หัวใจนางรู้คำตอบดีเกินไป
บันไดหินนำขึ้นสำนักทอดยาว
สองข้างทางปลูกต้นสนสูงเรียงราย
ลมพัดแผ่วเบา ส่งกลิ่นไม้แห้งและธูปจาง ๆ
เมื่อก้าวเข้าสู่ลานสำนัก
หลินเยว่รู้สึกเหมือนถูกใครบางคนมองทันที
"เด็กคนนี้…แบกเคราะห์หนักนัก"
เสียงแหบต่ำดังขึ้นจากใต้ชายคา
ชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้
เสื้อผ้านักพรตเก่าจนสีซีด
ดวงตาขุ่นมัว…แต่คมยิ่งกว่าคนตาดี
หลินเยว่ชะงัก
ชายในชุดเทาก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย
"ขอรบกวนท่านผู้อาวุโส" เขากล่าว
"ขอเพียงที่พัก และอย่าถามชะตาของนาง"
ชายชราหัวเราะเบา ๆ
เสียงหัวเราะนั้นทำให้ลมในลานสำนักนิ่งลง
"ข้าจะไม่ถาม"
เขากล่าว
"เพราะชะตาของนาง…ไม่ควรถูกเอ่ยชื่อ"
หลินเยว่รู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะ
ชายชราหันมามองนาง
ดวงตาขุ่นมัวสบกับสายตานางตรง ๆ
"เด็กน้อย"
เขาพูดช้า ๆ
"เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเคราะห์ของเจ้ามิใช่เคราะห์ตาย
แต่คือเคราะห์ที่ทำให้ผู้คนรอบตัว…สูญสิ้น"
หลินเยว่กำมือแน่น
ริมฝีปากซีดเผือด
"ข้าไม่เคยคิดทำร้ายใคร" นางกล่าวเสียงเบา
ชายชราพยักหน้า
"นั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด"
คืนนั้น
หลินเยว่ได้พักในเรือนหลังเล็กของสำนัก
เสียงระฆังยามค่ำดังขึ้นเบา ๆ ตามจังหวะลม
นางนั่งอยู่ริมหน้าต่าง
มองแสงตะเกียงในเมืองชิงเหอด้านล่าง
รู้สึกโดดเดี่ยว…แต่ไม่ว่างเปล่าเหมือนก่อน
"ท่านจะไปแล้วหรือ"
เสียงของนางหยุดชายในชุดเทาที่กำลังจะจากไป
เขาหันกลับมา
จันทร์สะท้อนดวงตาคมสงบนั้นอย่างชัดเจน
"ข้าอยู่ใกล้กว่านี้ไม่ได้"
เขาตอบ
"ยิ่งเจ้าเริ่มเข้าใกล้ความจริงมากเท่าใด
ข้ายิ่งควรอยู่ห่าง"
หลินเยว่เม้มริมฝีปาก
ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นจนแทบควบคุมไม่อยู่
"ถ้าเช่นนั้น…"
นางถาม
"ข้าควรเรียกท่านว่าอะไร"
ชายในชุดเทานิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบเสียงแผ่ว
"เซียวอวิ๋น"
เพียงชื่อนั้น
หัวใจหลินเยว่ก็เต้นแรงอย่างไร้เหตุผล
"จำไว้เพียงเท่านี้พอ"
เขากล่าว
"และอย่าจดจำมากกว่านี้…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
สายลมพัดผ่าน
เมื่อหลินเยว่กะพริบตา
เขาก็หายไปแล้ว
เหลือเพียงเงาจันทร์
และความรู้สึกหนึ่งที่ฝังแน่นในใจนาง
เมืองแรกอาจเป็นเพียงจุดเริ่ม
แต่สำนักแห่งนี้…
จะเป็นที่ที่เคราะห์ของนาง "เริ่มขยับตัว" อย่างแท้จริง
